โรคหัวใจขาดเลือดโรคใกล้ตัวที่โดน มองข้าม

โรคหัวใจขาดเลือด

เทคโนโลยีนำสมัยเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็สามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เช่น ถ้าเราอยากซื้อของก็เพียงแค่เข้าเว็บซื้อของไม่ต้องไปเดินห้างให้เสียเวลา  อยากกินอะไรก็แค่กดคลิกเดียวก็จะบริการส่งกันถึงเตียงทีเดียว จะทำงานบางครั้งก็ไม่ต้องเข้าสำนักงานส่งผ่านเน็ตก็ยังได้ คนสมัยนี้จึงไม่ค่อยขยับเนื้อขยับตัวทำอะไร ได้แต่ฝึกบริหารมือนั่งจิ้ม และใช้ตาในการจ้องหน้าจอ เหมือนเป็นโรคติดต่อกันไปแล้ว เทคโนโลยีนำสมัยเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็สามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เช่น ถ้าเราอยากซื้อของก็เพียงแค่เข้าเว็บซื้อของไม่ต้องไปเดินห้างให้เสียเวลา  อยากกินอะไรก็แค่กดคลิกเดียวก็จะบริการส่งกันถึงเตียงทีเดียว จะทำงานบางครั้งก็ไม่ต้องเข้าสำนักงานส่งผ่านเน็ตก็ยังได้ คนสมัยนี้จึงไม่ค่อยขยับเนื้อขยับตัวทำอะไร ได้แต่ฝึกบริหารมือนั่งจิ้ม และใช้ตาในการจ้องหน้าจอ เหมือนเป็นโรคติดต่อกันไปแล้ว

เพราะใครๆก็เป็นไง ไม่เห็นจะแปลกเลยจริงไหม แต่มันมีจุดที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนอยู่เหมือนกันนะ

มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ความจริงก็ไม่ได้อ้วนมากเท่าไร ก็พอรับได้นะในสายตา ก็ใช้ชีวิตเหมือนเราๆนี่ล่ะ เป็นพนักงานออฟฟิต มีดื่มบ้างแต่ไม่สูบ ของโปรดก็อาหารทะเล ขนมขบเคี้ยว ออกกำลังกายก็ออกตามกระแสแค่นั้นไม่ได้จริงจังอะไร จนมาวันหนึ่งเพื่อนมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจหอบถี่ เหนื่อยง่าย พอไปตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็พบว่า เป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือจะเรียกว่า หลอดเลือดหัวใจก็ได้
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ของโรคหลอดเลือดหัวใจว่า มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น นั่นคือ ในปี 2558 นั้นมีประชาชนเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ประมาณ 18,992 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆด้วย เห็นไหมล่ะว่า โรคนี้มันน่ากลัวขนาดไหน และเชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร

โรคหัวใจขาดเลือด คือ ภาวะที่หัวใจขาดเลือดและออกซิเจนเนื่องจากถูกปิดกั้นจากไขมัน หรือคราบพลัคทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพนั่นเอง สำหรับโรคนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ST)  Segment คือ การอุดตันของหลอดเลือดหัวใจแบบเฉียบพลัน

ถ้ารักษาไม่ทันอาจอันตรายถึงชีวิต ส่วนแบบที่ 2 คือ ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่พบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

(ST)  Segment Elevation คือ       การที่หลอดเลือดหัวใจอุดตันโดยมีอาการต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วโมง จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ แต่หากอาการไม่รุนแรงก็อาจทำให้อัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่

หัวใจขาดเลือดนั้นมีหลายสาเหตุมาก โดยอาจเกิดจากสภาวะในร่างกายหรือการเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจขาดเลือดเลยล่ะ โดยจะเกิดคราบพลัคเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ หรืออาจจะเกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีหดตัวอย่างรุนแรง ทำให้เลือดขาดตอน สาเหตุอาจเกิดจากการสูบบุหรี่จัด ความเครียดหรือมาจากความเจ็บปวด และภาวะออกซิเจนขาดเลือด คือ มีก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในเลือดมากเกินไป แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะนี้น้อยมาก นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากเรื่องของอายุที่มากขึ้น  และเพศชายมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น รวมไปถึงพันธุกรรมด้วย   การตรวจว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือไม่ จะมีการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น และยังใช้การตรวจเลือดด้วย โดยต้องตรวจหาคาร์ดิแอด โทรโปนิน เป็นการตรวจหาโปรตีนในเซลล์ที่เป็นตัวระบุภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายที่จะทำให้เป็นหัวใจขาดเลือดได้ และ การตรวจหาเอนไซม์ในเลือด หรือการตรวจหาครีเอตินไคเนส เอมบี ถ้ามีสารนี้ในเลือดเมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ต่อมาก็เป็นเรื่องของการใส่สายสวนหลอดเลือดหัวใจ คือ การฉีดสารทึบสีเข้าไปในหลอดเลือด เพื่อดูว่ามีส่วนใดของหลอดเลือดอุดตันหรือไม่ เพื่อทำการรักษาได้ต่อไป และวิธีการตรวจสุดคือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง จะใช้อุปกรณ์ส่งคลื่นเสียงไปกระทบหัวใจแล้วจะมีภาพออกมา ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยว่าหัวใจของเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าอยากตรวจหาได้ไว ตรวจโดยแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็อยากให้ไปตรวจที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท เพราะว่าตรวจแปปเดียวก็รู้เลย

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า การรักษาของแพทย์มีหลายวิธีมาก ซึ่งก็แล้วแต่ว่าคุณมีลักษณะอาการแบบไหน เฮ้อ เป็นเพราะเราเองใช้ชีวิตแบบสบายเกินไปไง ออกกำลังกายก็ไม่ค่อยจริงจังอะไรนัก กินอาหารฟาสฟู้ด และมองว่าใครๆก็ทำกัน และอายุยังน้อยไม่เป็นไรหรอก นั่นแหละที่จะยิ่งทำให้ยิ่งเสี่ยงเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากขึ้น เอาเป็นว่า ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นแล้วกัน ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*