เอาใจคนรักสุขภาพ เทรนด์ที่กำลังมาแรงแซงโค้งอยู่ในขณะนี้

ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าเทรนด์การรักสุขภาพในปี 2019 นี่กำลังมาแรงจริงๆ  แต่มาคิดดูอีกทีแล้วการที่เราจะหันมาสนใจสุขภาพของตัวเองนั้นคงมันไม่ใช่เรื่องใหม่สักเท่าไหร่ เพราะพวกเราทุกคนนั้นก็อยากที่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกันทั้งนั้น การที่เราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นั้นเราต้องมีความสุขทั้งทางด้านจิตใจของเรารวมถึงด้านร่างกายที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

การดูและสุขภาพของแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะบางคนอาจจะใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะใน Internet หรือใช้กล่องทีวีดิจิตอลในการเชื่อมต่อในการออกกำลังกาย หรือเพื่อดูรายการทำอาหารหรือวาไรตี้เพื่อสุขภาพที่ให้สาระความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง จริงๆแล้วการที่เรามีกล่องทีวีดิจิตอลนั้นริเริ่มในปี 2557 โดยทางคณะกรรมการกิจการเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้กำหนดให้เพิ่มช่องรายงานโทรทัศน์ภาคพื้นดินของประเทศไทยเพิ่มเป็น 48 ช่อง ที่สำคัญเลยคือกล่องทีวีดิจิตอล 1 กล่องต่อ 1 เครื่องโทรทัศน์ เราจึงไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าการที่เรามีสื่อที่หลากหลายเข้ามามากขึ้นแบบนี้มันทำให้เรามีสิทธิในเลือกสื่อที่จะรับชมมากขึ้นจริงๆ

เรามาดูเทรนด์การรักสุขภาพกันดีกว่าค่ะ เรามาลองดูเทรนด์อาหารที่กำลังมาแรงชนิดที่ใครๆก็ต้องหันมารับประทานกัน เทรนด์ที่มาแรงจริงคือการกินแบบ Ketogenic Diet หรือที่เรียกกันว่า คีโตเจนิก ไดเอต เพราะการกินแบบนี้จะช่วยลดน้ำหนัก เป็นการกินไขมันเท่าไหร่ น้ำหนักของเราจะยิ่งลดลง

คุณอยากรู้ใช่ไหมล่ะคะว่าอาหารแนวนี้กินอย่างไร การกินแบบคีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) คือการที่เรากินอาหารจำพวกไขมันสูง รองลงมาด้วยการกินโปรตีน โดยที่เราจะลดการกินคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ และลดน้ำตาล และให้แทนที่ด้วยไขมันจากสัตว์และพืชแทน

บางคนคงจะสงสัยและไม่เข้าใจว่าถ้าเรากินไขมันแล้วมันจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร คำตอบของการกินคีโตเจนิก ไดเอตนั้นคือถ้าเราลดปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลง จากที่ร่างกายของเราที่เคยเอากลูโคสในเลือดที่มาจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานนั้นก็ต้องหาแหล่งพลังงานอื่นมาแทนที่ นั่นคือเอาจากไขมันมาแทนนั่นเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดการเผาผลาญเรียกว่า คีโลสิส (Ketosis) สิ่งนี้จะทำให้เกิดสาร คีโตน (Ketone) ในตับ โดยหลังจากที่เราได้เริ่มการกินแบบคีโตเจนิกไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ร่างกายและสมองของเราอาจจะรู้สึกอ่อนล้า ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย มีกลิ่นปาก แต่อย่าได้กังวลค่ะ เพราะมันจะค่อยๆปรับคือเปลี่ยนร่างกายของเราให้กลายเป็นเครื่องงจักรกลที่เผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานในตัวเอง

การกินแบบนี้ถือว่าเป็นความโชคดีของคนที่ชอบกินไขมันและน้ำมัน แต่เดี๊ยวก่อนนะคะ ไขมันที่ว่าต้องมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งพืชและสัตว์ โดยที่เราต้องพยายามที่จะกินไขมันที่ต่างชนิดควบคู่กันไป เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ เนื้อติดมัน ไขมันจากพืช ชีส เนย น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก อาหารจำพวกถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้เราสามารถเลือกที่จะกินเนื้อสัตว์และไข่ได้ แต่แค่ในปริมาณที่เหมาะสม และเน้นการกินผักใบเขียว

สิ่งที่ควรเลี่ยงคืออาหารตำพวกข้าวและแป้ง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ รวมไปถึงข้าวต้มและโจ๊ก รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าวด้วย เช่น พิซซ่า ขนมปัง คุกกี้ หรือขนมเค้ก และอาหารแปรรูปที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น หมูยอ ลูกชิ้น ไส้กรอก และถึงแม้ว่าการกินแบบนี้จะเน้นให้กินแต่ไขมัน แต่เราควรจะกินไขมันที่มาจากสัตว์หรือพืชอย่างพวกอโวคาโด

สำหรับการกินแบบคีโตเจนิกนั้นอาจจะเหมาะกับคนที่รักการกินไขมันมากกว่า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบกินไขมันในปริมาณที่เยอะเกินพอตัว เพราะฉะนั้นอยากให้คนที่กำลังสนใจในการกินคีโตเจนิกนั้นควรสำรวจตัวเองว่าร่างกายของคุณนั้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงกับการกินแบบนี้ หรือควรไปปรึกษาแพทย์ หรืออาจจะขอคำแนะนำจากนักโภชนาการก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเองนะคะ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*