หนทางที่ยาวนานของการแพทย์โลก

ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่มนุษย์อย่างเรา ๆ กลัวก็คงหนีไม่พ้นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บอย่างแน่นอน และถ้ามีคนไข้ก็ต้องมีคนรักษาโดยหากย้อนไปในสมัยอดีตบุคคลที่ทำหน้าที่หมอหรือแพทย์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเนิ่นนานก่อนที่มนุษย์เราจะอ่านออกเขียนได้ซะอีก

โดยวิธีการรักษาก็อาจจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหรือวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น แต่จุดมุ่งหมายสำคัญก็คือการรักษาหรือบรรเทาความเจ็บปวดจากโรคหรืออาการบาดเจ็บนั่นเอง เพราะหากย้อนไปก่อนยุคเฟื่องฟูของเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้ที่มี Application Health ใน iPhone x ไว้คอยตรวจปัญหาสุขภาพทุกก้าวเดิน การวินิจชัยโรคถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของการรักษาจากหมอหรือแพทย์ยุคโบราณมาก

    จะว่าคนยุคโบราณโชคดีก็ได้เพราะไม่ต้องมาเจอกับสารพิษหรือมลภาวะมากมายอย่างยุคปัจจุบัน แต่ก็ถือว่าเสี่ยงอยู่มากเมื่อต้องพบกับอาการไม่สบายต่าง ๆ นา ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าตอนนั้นมีการเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างกว้างขวาง

    ซึ่งการวินิจฉัยโรคของหมอในสมัยโบราณก็มักจะอ้างไปถึงผีสาง หรือ ปีศาจ ที่ทำให้คนไข้ไม่สบาย ซึ่งยารักษาก็จะมีตั้งแต่การบัดเป่าสวดมนต์ไปจนถึงการหาของใกล้ตัวอย่างสมุนไฟรมาผสมกัน ซึ่งมักจะได้มาจากการบอกต่อกันเป็นรุ่น ๆ ลองผิดลองถูกกันมาเรื่อย ๆ

    โดยหลักฐานคือมีการขุดค้นพบมนุษย์โบราณที่บริเวณภูเขาที่ประเทศอิรัก โดยเป็นชนเผ่า Neanderthal ซึ่งเคยมีเผ่าพันธ์ใช้ชีวิตในเขตนี้เมื่อประมาณ 6000 ปีก่อน พร้อมซากสมุนไพรที่คาดว่านิยมใช้รักษาโรคกันเมื่อตอนนั้น เปรียบเสมือนคนในยุคนี้ที่มี iPhone X ติดตามตัวไปทุกที่

    เรื่อยมาจนถึงยุคที่อียิปต์เฟื่องฟูในอดีต ได้ปรากฏชื่อของแพทย์ชื่อดัง Inhotep และที่นักศึกษาประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือการค้นพบตำรายาในชื่อ The Ebers Papyrus ที่เชื่อว่าได้ถูกเขียนขึ้นในอียิปต์ช่วงศตวรรษที่ 16 บรรจุสูตรยาลับไว้มากถึง 800 อย่าง จากตัวยา 700 ชนิด และมีหลายคนกล่าวว่านี่คือรากฐานของการแพทย์ในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

    ถ้าพูดถึงประเทศที่ยิ่งใหญ่ในสมัยที่เกิดก่อน iPhone X เป็นพันปีนอกจากอียิปต์แล้วก็คงจะหนีประเทศมหาอำนาจอย่างจีนที่ในปัจจุบันมีคนร่ำรวยถือ iPhone X กันถ้วนหน้า แต่สมัย 2000 กว่าปีก่อนที่แผ่นดินใหญ่แห่งนี้ถูกปกครองโดยจักรพรรดิ์ Shen Nung ก็ได้มีการกล่าวขวัญถึงตำรารักษาโรคที่มีชื่อว่า Pen Tsao อีกด้วย โดยสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ของตำราชนิดนี้ก็คือวิธีการรักษาโรคเรื้อนจากสมุนไพรฤทธิ์เย็นอย่าง มั่วอึ้ง น้ำเต้า ฝิ่น โกฎฐ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นตำราบอกวิธีแก้หวัด เพิ่มการไหลเวียนของเลือดชั้นดี จนได้มีการพัฒนาเป็น Ephedrine ที่ใช้รักษาโรคหอบหืดในปัจจุบัน

    ในตอนต้นเราพูดถึงเรื่องการรักษากับเรื่องความเชื่อ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปมนุษย์เริ่มมีการนับถือศาสนาการแพทย์ที่เชื่อมโยงกับศาสนจักรจึงเกิดขึ้นโดยได้เริ่มมีการวินิจฉัยโรคตามอาการมากขึ้นซึ่งผู้ที่รักษาอาจจะเป็นบาตรหลวง หรือผู้ที่เคร่งในศาสนา

โดยนอกจากจะมีการอิงหลักการแพทย์สมัยใหม่แล้วก็ใช้การสวดมนต์อ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้าด้วย ซึ่งในปัจจุบันเมื่อมีการแพทย์สมัยใหม่ก้าวหน้าก็มีการใช้หลักการนี้ของคริสตชนที่มีความรู้ด้านการแพทย์เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนตามสถานที่ไกล ๆ พร้อมเผยแพร่ศาสนาหรือที่เรียกกันว่ามิชชันนารีนั่นเอง

    เมื่อโลกได้มีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง การแพทย์จึงก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งกล่าวได้ว่าอาจจะเริ่มขึ้นในยุคเรเนอร์ซองที่โด่งดัง โดยอยู่ในช่วง ปี ค.ศ.1600 ได้มีการคิดค้นทฤษฎีการไหลเวียนของเลือดเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยชายผู้มีชื่อว่า วิลเลี่ยม ฮารเวย์ ต่อมาความรุดหน้าของการแพทย์ก็กระโจนไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อศตวรรษที่ 19 หลุย ปาสเตอร์ และโรเบริต์ คุช ได้ไขคำถามว่าโรคภัยไข้เจ็บเกิดมาจากไหนได้สำเร็จ โดยคำตอบก็คือ เชื้อจุลินทรีย์ มีการผ่าตัดที่เป็นระบบระเบียบเกิดขึ้นซึ่งหัวใจสำคัญที่สุดก็คือการปราศจากเชื้อโรค และโรคของการแพทย์โลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

    นี่เป็นส่วนย่อ ๆ ของประวัติศาสตร์การแพทย์ของโลก จะเห็นได้ว่ามนุษย์ได้สู้ฝันผ่าเรียนรู้มาตลอดจนกระทั่งถึงตอนนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนที่สนใจนะครับ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*