จริงหรือไม่? การฟังเพลงช่วยบำบัดโรคได้

                        ใครๆต่างก็เคยได้ยินมาว่าการฟังเพลงหรือการฟังดนตรีนั้นมีประโยชน์ต่อตัวเรา ทั้งสามารถคลายความเครียด ลดความเจ็บปวด หรือการที่เรานอนไม่หลับ ตลอดจนควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจกันเลยทีเดียว เห็นไหมล่ะคะว่าเสียงเพลงและเสียงดนตรีเป็นสิ่งที่มีความพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ ปกติแล้วถ้าเราจะฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายกันทั้งนั้น และเพลงแต่ละเพลงที่เราเลือกที่จะฟังนั้นย่อมสะท้อนอารมณ์ที่แตกต่างกัน และเพลงนั้นๆจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนฟังอีกด้วย

                              สังเกตไหมคะว่าถ้าเราฟังเพลงเศร้าแล้ววร้องไห้ หรือว่าเราสนุกสนานไปกับเพลงที่มีจังหวะชวนเต้น นั่นแปลว่าเพลงพวกนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อจิตใจเราอยู่ บางคนฟังเพลงผ่านวิทยุ โทรทัศน์ หรือถ้าในสมัยนี้ผู้คนนิยมฟังเพลงผ่านลำโพงบลูทูธกัน เพราะลำโพงบลูทูธให้ความสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยากเดินไปไหนมาไหนก็ได้ยินเสียงเพลงที่คุณชอบผ่านลำโพงบลูทูธได้ทุกที่ และเพลงที่เราฟังอยู่อาจจะเลือกมาจากเพลงในลิสต์ในโทรศัพท์ของคุณ จากนั้นคุณก็สามารถกดเลือกฟังเพลงผ่านลำโพงบลูทูธ ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายแนวทางในการฟังเพลง สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

                              เชื่อไหมคะว่าดนตรีมีผลอย่างลึกซึ้งต่อตัวเราและจิตใจ  แถมยังเป็นส่วนพัฒนาสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างสมดุล ซึ่งการใช้ดนตรีในการสื่อสารเรียนรู้ให้กับเด็กๆในเรื่องของการร้อง การฟัง การเคลื่อนไหวไปตามเพลง จะทำให้เด็กมีแรงบัลดาลใจ มีความคิดสร้างสรรค์ และยังช่วยเสริมสร้างการใช้จินตนาการของพวกเด็กๆได้ดีเลยทีเดียว

                             ส่วนเรื่องที่การนำดนตรีมาใช้รักษาความเจ็บปวดนั้น ซึ่งจริงๆแล้วได้มีการศึกษากว่า 50 ปี โดย Buckwalter et.al. 1985 นั้นพบกว่าเสียงของดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งจิตใจของมนุษย์รวมทั้งร่างกาย สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เรื่องการลดความกลัว ความกังวล และสามารถสร้างแรงจูงใจได้อีกด้วย

                             หลายคนคงสงสัยว่าดนตรีแบบไหนนะที่ช่วยบำบัดรักษาโรคได้ ในส่วนของดนตรีบำบัดนั้นจะต้องเป็นเพลงบรรเลงและไม่ควรมีเนื้อร้อง มีเสียงตามธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตก เสียงนก เป็นต้น และควรมีจังหวะที่ช้า มั่นคงและสม่ำเสมอประมาณ 70-80ครั้ง/นาที ระดับเสียงปานกลางไปจนถึงต่ำ ทำนองราบเรียบและนุ่มนวล ส่วนในความเข้มของเสียงจะไม่ดังมาก ขึ้นอยู่กับอารมณ์และความรู้สึกของผู้ฟัง ประเภทเสียงของดนตรีที่นิยมใช้ เช่น เปียโน กีตาร์ วงออร์เคสตร้า แจ๊สแบบช้า คลาสสิค เป็นต้น

                             ความอัศจรรย์ของดนตรีที่ช่วยบำบัดนั้นจะสามารถบรรเทาลดความเจ็บปวดได้ เช่น คนไข้ที่พึ่งผ่านการผ่าตัดมา หากคนไข้ฟังเพลงก่อนและหลังหรือระหว่างการผ่าตัด เมื่อได้ฟังดนตรีบำบัดนั้นจะช่วยลดอาการปวดและส่งผลให้พวกเขามีความเจ็บปวดที่ลดน้อยลง ถ้าเราอยากให้เลือดลมดีผ่านการฟังดนตรีบำบัดนั้นก้ย่อมได้ โดยเริ่มจากการเริ่มฟังเพลงในช่วงแรก คุณต้องเริ่มจากเปิดเพลงเบาๆแล้วค่อยๆเพิ่มความดังทีละน้อย จะทำให้เส้นเลือดขยายเลือดลมสะดวกมากขึ้น แถมเสียงดนตรียังสามารถควบคุมการหายใจได้เมื่อเพลงที่เราฟังนั้นมีจังหวะเร็ว ทำให้อัตราการหายใจหรือการเต้นของหัวใจนั้นเพิ่มขึ้นและช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว ซึงมีการทดสอบพบว่า ในทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้น ดนตรีบำบัดจะสามารถช่วยลดจำนวนวันของเด็กทารกที่ต้องอยู่ในตู้อบให้ลดน้อยลงและเพิ่มน้ำหนักตัวได้ รวมไปถึงผู้สูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วย ส่วนในเรื่องของโรคซึมเศร้านั้นก็ช่วยลดความเครียด ความกังวลได้เหมือนกัน แถมยังช่วยกระตุ้นสมองส่วนฮิปโปแคมปัส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนความจำระยะยาวของสมองอีกด้วย

                             ดนตรีบำบัดหรือ Music Therapy นั้นเป็นการนำศาสตร์ของศิลปะมาประยุกต์ใช้ในการการเชิงรักษาโรค พูดง่ายๆคือเป็นการเอาดนตรีมาใช้ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อที่จะพัฒนาทักษะทางด้านจิตใจ สังคม และร่างกาย โดยมีการบำบัดทั้งในเรื่องการฟังและด้านการร้อง การเต้น เพื่อฝึกการสื่อสารกับผู้ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์และสมอง ซึ่งนับว่าเป็นการค้นคว้าที่น่าสนใจมากๆถึงประสิทธิผลทางการรักษา รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะในปัจจุบันนั้นก็อาจจะยังไม่สรุปได้อย่างแน่ชัดว่าเสียงเพลงและดนตรีนั้นสามารถส่งผลทางการรักษาโรคได้จริง

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*