ลองแล้วได้ผล!!เปลี่ยนบ้านยังไง ไม่ให้กลายเป็นที่เก็บสารเคมี

บ้าน สารเคมี ตกค้าง

และแล้วเจ๊ก็มีเวลาว่างที่จะกลับมาพบกับทุกคนอีกครั้ง แต่จะให้มาเอาข้อมูลบอกๆมันก็จะธรรมดามากเกินไปสำหรับตัวเจ๊หอยใหญ่เอง เพราะฉะนั้นแล้วเจ๊ก็เลยมีเรื่องราวที่สำคัญมาแชร์ให้รู้ และบอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้ไปเกิดกับใครที่ไหน เพราะมันเกิดขึ้นกับตัวเจ๊หอยใหญ่เอง

อย่างที่เคยบอกกันไปบ้างแล้วว่าก่อนหน้านี้ เจ๊หอยใหญ่เองก็เป็นคนที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงาน เพราะฉะนั้นแล้วการกลับมาบ้านก็เป็นเพียงแค่การมานอนและจะเรียกได้ว่าไม่ค่อยใส่ใจบ้านเลยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุหลักๆเลยทีเดียวที่ทำให้เจ๊เริ่มป่วย

แต่ทั้งนี้การป่วยมันเกิดจากการที่ตัวเราเองไม่ได้สนใจภายในบ้านด้วย แล้วก็ตัดสินใจที่จะไปปรึกษากับหมอ และแล้วก็ได้รู้เรื่องที่ผิดมหันต์ที่เกิดขึ้นในชีวิต

บ้าน กลายเป็นที่เก็บสารเคมี !!!

อย่างที่บอกว่าเจ๊หอยใหญ่เองก็ไม่ค่อยมีเวลาได้เก็บได้ดูแลบ้าน เพราะฉะนั้นอย่าหวังในเรื่องที่จะทำความสะอาดเหล่านี้ และถึงแม้ว่าจะจ้างให้คนอื่นมาทำแต่ก็ทำไม่สะอาดเท่ากับเราทำบ้านของเราเอง ดังนั้นเจอก็เลยเปลี่ยนตารางเวลาโดยเริ่มให้มีมาในการทำงานบ้านได้มากขึ้น จนทำให้มีวิธีในการกำจัดสารเคมีออกจากบ้าน

 

โดยสำหรับในเรื่องของวิธีในการกำจัดสารเคมีออกจากบ้าน ก็บอกเลยว่ามีวิธีมากมายที่เจ๊ลองทำแล้วได้ผล เลยอยากจะมาแนะนำ เพื่อว่าจะได้ลองเอาไปปรับใช้กับบ้านของแต่ละคน โดยสำหรับในเรื่องวิธีของการกำจัดสารพิษและสารเคมี สามารถที่จะทำตามได้ ดังนี้

 

ขั้นที่ 1 มีหลายคนเลยทีเดียวที่มักจะใส่รองเท้าเข้าบ้าน บอกเลยว่าสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก ต่อเนื่องจากว่าในแต่ละวันนั้นเราเดินทางไปหลายที่ดังนั้นแล้วเราอาจจะเปรียบหรือเก็บสารเคมีต่างๆดังนี้เข้ามาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในสิ่งที่เราเก็บเอาเข้ามาในบ้านนั้นอาจจะมีทั้งที่ฝุ่น เศษดิน เชื้อโรคที่มากับสิ่งที่ติดมาจากรองเท้า ในทางที่ดีควรที่จะนำรองเท้าออกไปไว้ด้านนอกบ้าน ซึ่งถ้าหากว่าสามารถที่จะทำได้วิธีนี้จะช่วยให้บ้านของเราสะอาดขึ้นถึง 80 เปอร์เซนต์

 

ขั้นที่ 2 พยายามที่จะทำให้อากาศถ่ายเท มีหลายคนเพราะเวลาอยู่บ้านไหนมาจะปิดหน้าต่างปิดประตู ซึ่งถ้าหากทำพฤติกรรมแบบนี้ก็จะทำให้อากาศภายในบ้านนั้นไม่ได้มีการถ่ายเท ดังนั้นหากว่ามีสารเคมีหรือสารพิษอยู่ภายในบ้านนั้นก็จะทำให้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากว่าไม่ได้รับการระบายออกไป และไม่เพียงเท่านั้นอาจจะส่งผลในเรื่องของสุขภาพด้านทางเดินหายใจได้เช่นกัน

 

ขั้นที่ 3 เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งนี้ที่แนะนำให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาตินั้นจะบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ปลอดภัยและสามารถที่จะช่วยในการลดการเพิ่มสารเคมีภายในบ้านได้ ต่อเนื่องจากว่าถ้าหากใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์แน่นอนว่าจะมีสารเคมีอยู่ในชนิดที่อันตรายและเป็นพิษต่อสุขภาพ นั่นคือสาร VOCs ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แล้วบอกแล้วว่ามีความอันตรายเป็นอย่างมาก

 

ขั้นที่ 4 เริ่มทำความสะอาดให้บ่อยครั้ง เพราาะไม่เพียงแค่ในเรื่องของญี่ปุ่นที่สามารถที่จะส่งผลอันตรายต่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ในเรื่องของสารเคมีต่างๆมีสารเคมีหลายชนิดเลยทีเดียวที่สามารถจะไปสะสมอยู่กับที่ปวดเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าอุปกรณ์หรือว่าอาจจะเป็นของตกแต่งภายในบ้านรูปแบบใดก็ตามที่สามารถที่จะกักเก็บฝุ่นได้ดีแนะนำว่าให้พยายามทำความสะอาดบ่อยๆแล้วจะเห็นผลลัพธ์เลยว่าบ้านนั้นรู้สึกสะอาดมากยิ่งขึ้น

 

ขั้นที่ 5 เปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ หรือจะเรียกว่าเป็นสิ่งในอดีตก็ได้เช่นกัน ลองนึกดูว่าในอดีตคนในสมัยนั้นใช้อะไรในการทำความสะอาดบ้าน แน่นอนว่าส่วนใหญ่นั้นมักจะเลือกใช้เป็นสมุนไพร เพราะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพรวมไปถึงผู้อยู่อาศัย ดังนั้นแล้วการเลือกใช้สมุนไพรหรือทางที่ดีก็อาจจะทำน้ำยาทำความสะอาดด้วยตัวเองก็อาจจะปลอดภัยกว่าการซื้อใช้ในปัจจุบัน

 

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆและเป็นขั้นตอนเพียงเล็กน้อยที่จะช่วยในการกำจัดสารเคมีต่างๆออกจากในบ้าน เพราะตัวของเจ๊หอยใหญ่เอง ก็เลือกที่จะใช้วิธีเหล่านี้ในการทำความสะอาดบ้านหรือจะเรียกได้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแน่นอนว่านี่ก็ส่งผลทำให้สุขภาพนั้นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเนื่องจากว่าร่างกายนั้นได้มีการหลีกเลี่ยงสารเคมีลงไปได้พอสมควร จึงทำให้ระบบภายในร่างกายนั้นได้มีการซ่อมแซมตัวเองและเริ่มพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น

 

ซึ่งถ้าหากว่าไม่ได้มีการหลีกเลี่ยงกับการใช้สารเคมีบอกได้เลยว่าในอนาคตสารเคมีต่างๆเหล่านี้สามารถที่จะส่งผลให้เราเป็นมะเร็งได้ และแน่นอนว่าในเรื่องของอาการหรือว่าในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆก็อาจจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ดังนั้นแล้วแนะนำว่าบ้านถือเป็นที่อยู่อาศัยที่สำคัญแต่จะสำคัญกว่าถ้าบ้านของเรานั้นไม่สะอาด เพราะนอกจากว่าความไม่สะอาดภายในบ้านสามารถที่จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพแล้ว ในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกก็มีสามารถที่จะส่งผลได้ เพราะฉะนั้นแล้วเจ๊แนะนำลองหันกลับมาดูแลบ้านตัวเองก่อนอาจจะดีกว่า

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*